สวัสดีค่าทุกคน! วันนี้จะมาพูดถึงเมนูฮิตที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยได้ยิน หรืออย่างน้อยก็ต้องเคยเห็นผ่านตาในซีรีส์เกาหลีที่เราติดกันงอมแงมใช่ไหมล่ะคะ? ใช่แล้วค่ะ!
ฉันกำลังพูดถึง “บิบิมบับ” นั่นเอง! ช่วงนี้เทรนด์สุขภาพมาแรงมาก ๆ ใคร ๆ ก็หันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้น บิบิมบับนี่แหละคือคำตอบที่ลงตัวสุด ๆ ทั้งอร่อย ได้สารอาหารครบถ้วน แถมสียังสวยน่ากินอีกต่างหาก ไม่ต้องกลัวว่าจะทำยากเลยนะคะ หลายคนอาจจะคิดว่าอาหารเกาหลีทำเองที่บ้านคงซับซ้อนน่าดู แต่จะบอกว่าบิบิมบับนี่แหละค่ะ เป็นเมนูที่ทำง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยนะ!
ฉันเองก็เคยลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนจะลองลงมือทำ พอได้ลองทำดูแล้วถึงกับร้องว้าว เพราะมันไม่ได้มีขั้นตอนอะไรยุ่งยากเลย แถมยังปรับเปลี่ยนวัตถุดิบได้ตามใจชอบอีกด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผักที่หาได้ในตู้เย็น หรือเนื้อสัตว์ที่ชอบ กินกับกิมจิอร่อย ๆ ยิ่งฟิน!
ยิ่งช่วงที่เราไม่ค่อยได้ออกไปไหน การได้ลองทำอาหารเกาหลีอร่อย ๆ กินเองที่บ้านนี่แหละ คือความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เติมเต็มชีวิตได้ดีเลยล่ะค่ะ และที่สำคัญคือเราสามารถเลือกวัตถุดิบสดใหม่ ปรุงรสได้ตามชอบ ไม่ต้องห่วงเรื่องความสะอาดเลย รับรองว่าถูกปากคนไทยแน่นอนค่ะ วันนี้ฉันจะมาบอกเคล็ดลับและวิธีทำบิบิมบับให้อร่อยเด็ดง่าย ๆ แบบที่ไม่ต้องบินไปถึงเกาหลีเลยค่ะ ไปดูกันเลย!
บิบิมบับ: ทำไมถึงเป็นเมนูที่ตอบโจทย์สายเฮลท์ตี้สุดๆ ในยุคนี้!

ความลงตัวของรสชาติและสารอาหารที่ครบถ้วน
ช่วงนี้ใครๆ ก็หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นใช่ไหมคะ? บิบิมบับนี่แหละค่ะคือเมนูที่ฉันอยากจะแนะนำจากใจจริง! มันไม่ใช่แค่อร่อยเท่านั้นนะ แต่ยังเป็นเมนูที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายเลยล่ะค่ะ ลองคิดดูสิคะ ข้าวหอมๆ นุ่มๆ คลุกเคล้ากับผักหลากสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นแครอท ถั่วงอก ผักโขม เห็ดต่างๆ ที่ผ่านการปรุงรสเบาๆ ให้ยังคงความสดกรอบ แถมยังมีโปรตีนจากเนื้อสัตว์หรือเต้าหู้ และไข่อีก ยิ่งถ้าได้กินกับซอสโคชูจังรสกลมกล่อมนะ โอ๊ย!
ฟินสุดๆ ไปเลยค่ะ เมนูเดียวได้ครบทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีน ถือเป็นมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบมากๆ สำหรับคนที่อยากกินของอร่อยแต่ก็ไม่อยากรู้สึกผิดกับร่างกายเลยค่ะ ฉันเองที่ปกติก็เป็นคนชอบกินผักอยู่แล้ว ยิ่งเจอบิบิมบับเข้าไปนี่คือรักเลย เพราะมันทำให้การกินผักเป็นเรื่องสนุก ไม่น่าเบื่อ แถมยังได้ความรู้สึกเหมือนได้กินอาหารเกาหลีแท้ๆ โดยไม่ต้องไปถึงร้านเลยนะ!
บอกเลยว่าใครได้ลองก็ต้องติดใจเหมือนฉันแน่นอนค่ะ
ปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ไม่มีเบื่อ
สิ่งที่ทำให้บิบิมบับเป็นเมนูโปรดของฉันอีกอย่างก็คือความยืดหยุ่นในการเลือกวัตถุดิบค่ะ! บางวันอยากกินเนื้อไก่ บางวันอยากกินเนื้อหมู หรือบางทีอยากลองใช้เต้าหู้เป็นโปรตีนหลักก็ได้หมดเลยนะ หรือถ้าในตู้เย็นมีผักอะไรที่ใกล้จะหมดอายุ ก็เอามาใส่บิบิมบับได้เลยค่ะ เช่น ถ้ามีแตงกวาญี่ปุ่นเหลืออยู่ ก็เอามาซอยบางๆ หรือผักกาดแก้วก็เอามาหั่นเป็นเส้นๆ ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ ที่บ้านฉันบางทีก็ใช้เห็ดออรินจิแทนเห็ดหอม หรือบางครั้งก็ใช้ผักบุ้งแทนผักโขม ก็ยังอร่อยลงตัวอยู่ดี มันทำให้เราไม่เบื่อกับเมนูเดิมๆ และยังได้สนุกกับการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ที่เป็นสไตล์ของตัวเองอีกด้วยนะ แถมยังช่วยให้เราจัดการวัตถุดิบที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า ไม่ต้องทิ้งของให้เสียของเลยค่ะ เป็นเมนูที่เหมาะกับสายประหยัดและสายรักสุขภาพสุดๆ ไปเลยจริงๆ ค่ะ
วัตถุดิบหลัก: เลือกยังไงให้สดใหม่และอร่อยลงตัว
เคล็ดลับเลือกข้าวสวยให้หอมนุ่ม
หัวใจหลักของบิบิมบับก็คือข้าวสวยค่ะ! ข้าวที่ใช้ควรเป็นข้าวเมล็ดสั้นแบบเกาหลี หรือข้าวญี่ปุ่นนะคะ เพราะข้าวพวกนี้จะมีความเหนียว นุ่ม เวลาคลุกแล้วจะไม่เละเป็นโจ๊กเกินไปค่ะ เคล็ดลับของฉันคือ ให้หุงข้าวแบบปกติเลยค่ะ แต่พอข้าวสุกแล้ว ให้ทิ้งไว้ในหม้อสัก 10-15 นาทีให้ข้าวระอุได้ที่ก่อน แล้วค่อยตักออกมาใส่ชามใหญ่ๆ เพื่อให้ข้าวคลายความร้อนและไม่แฉะเกินไปค่ะ บางคนชอบข้าวที่ไม่ร้อนจัด ก็ปล่อยให้เย็นลงอีกนิดก็ได้นะ แต่ไม่ควรเย็นสนิท เพราะเวลาคลุกซอสและผักต่างๆ ข้าวที่อุ่นๆ หน่อยจะช่วยให้รสชาติเข้ากันได้ดีกว่าค่ะ ฉันเคยลองใช้ข้าวหอมมะลิปกติหุงแล้วลองทำดู มันก็พอได้นะ แต่เนื้อสัมผัสจะไม่เหมือนข้าวเกาหลีแท้ๆ ค่ะ ดังนั้นถ้าอยากได้ฟีลลิ่งแบบเกาหลีเป๊ะๆ ลงทุนซื้อข้าวญี่ปุ่นมาหุงจะดีที่สุดค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!
การเตรียมผักและเนื้อสัตว์ให้พร้อม
ส่วนประกอบอื่นๆ ก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ ผักต่างๆ ควรเลือกที่สดใหม่ ไม่มีรอยช้ำนะคะ เพราะบิบิมบับจะดูน่ากินก็ตรงสีสันของผักนี่แหละค่ะ เช่น ถั่วงอกควรจะอวบ เต่งตึง แครอทสีส้มสดใส ผักโขมใบเขียวเข้ม การเลือกเนื้อสัตว์ก็เช่นกันค่ะ ถ้าใช้เนื้อวัวก็เลือกส่วนที่นุ่มๆ หน่อย ถ้าใช้หมูก็เลือกสันในหรือสันคอ จะได้ไม่เหนียวเกินไปค่ะ ถ้าเป็นเนื้อไก่ก็เลือกส่วนอกหรือสะโพกก็ได้ค่ะ ที่สำคัญคือ ต้องหั่นผักและเนื้อสัตว์ให้มีขนาดพอดีคำนะคะ ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป เพื่อให้ง่ายต่อการคลุกและกินค่ะ และก่อนนำไปปรุง ผักบางชนิดอาจจะต้องลวกหรือผัดแยกกันก่อน เพื่อให้แต่ละอย่างสุกกำลังดีและยังคงสีสันสวยงามค่ะ ฉันชอบเตรียมวัตถุดิบทุกอย่างให้พร้อมก่อนลงมือทำ จะได้ไม่ต้องมาวิ่งหาของตอนกำลังทำอยู่ ทำให้ขั้นตอนการทำดูราบรื่นและสนุกมากขึ้นค่ะ
เคล็ดลับผัดผักให้สีสวย กรอบอร่อย ไม่เละ
เทคนิคการผัดผักแต่ละชนิดให้ลงตัว
การผัดผักสำหรับบิบิมบับนี่แหละค่ะคือศิลปะเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้บิบิมบับของเราอร่อยขึ้นเป็นกอง! หลักการง่ายๆ คือ ผักแต่ละชนิดควรปรุงแยกกันนะคะ เพื่อให้แต่ละอย่างสุกกำลังดี ไม่เละ และยังคงสีสันสดใสค่ะ อย่างเช่น ผักโขมหรือถั่วงอก ให้ลวกในน้ำเดือดที่ใส่เกลือเล็กน้อย แค่พอสลดแล้วรีบตักขึ้นมาแช่น้ำเย็นจัดทันทีค่ะ วิธีนี้จะช่วยคงความกรอบและสีเขียวสดของผักไว้ได้ดีมากๆ เลย หลังจากนั้นก็บีบน้ำออกให้หมาดๆ แล้วค่อยปรุงรสด้วยน้ำมันงา กระเทียมสับ และงาขาวคั่วค่ะ ส่วนแครอทหรือเห็ดต่างๆ ก็ให้นำไปผัดเร็วๆ ในน้ำมันงาเล็กน้อย ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลเล็กน้อย แค่พอสุกแต่ยังคงความกรอบค่ะ ฉันเคยใจร้อน ผัดผักรวมกันไปเลย สรุปคือบางอย่างเละ บางอย่างไม่สุก แถมสีก็ไม่สวยเลยค่ะ หลังจากนั้นก็เลยเรียนรู้ว่าต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ทำทีละอย่าง ผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่าจริงๆ ค่ะ
ปรุงรสผักแต่ละชนิดอย่างมีสไตล์
สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือการปรุงรสผักแต่ละชนิดค่ะ ไม่ต้องปรุงจัดมากนะคะ แค่พอมีรสชาติอ่อนๆ ก็พอ เพราะสุดท้ายแล้วเราจะคลุกรวมกับซอสโคชูจังอีกทีค่ะ การปรุงรสด้วยน้ำมันงา กระเทียมสับ และเกลือเล็กน้อยก็เพียงพอแล้วค่ะ บางคนอาจจะเติมซีอิ๊วขาวลงไปนิดหน่อยก็ได้นะ เพื่อเพิ่มความหอม ส่วนตัวฉันชอบให้ผักแต่ละชนิดมีรสชาติเป็นของตัวเองเบาๆ เพื่อเวลาคลุกรวมกันแล้วมันจะมีความซับซ้อนของรสชาติมากขึ้นค่ะ แต่ถ้าใครชอบรสชาติเข้มข้นหน่อย ก็สามารถเพิ่มปริมาณเครื่องปรุงได้ตามชอบเลยค่ะ ที่สำคัญคือต้องชิมดูนะคะ ปรับรสตามความชอบของตัวเองเลยค่ะ จะได้ออกมาเป็นบิบิมบับในแบบที่เราชอบที่สุดยังไงล่ะคะ
พระเอกของงาน: ซอสโคชูจังบิบิมบับ สูตรเด็ดทำเองได้ง่ายๆ
ส่วนผสมและสัดส่วนซอสสุดปัง
บิบิมบับจะอร่อยได้นั้น ซอสโคชูจังคือหัวใจสำคัญเลยค่ะ! หลายคนอาจจะคิดว่าทำซอสเองยาก แต่จริงๆ แล้วไม่เลยค่ะ ง่ายกว่าที่คิดเยอะ! ส่วนผสมหลักๆ ก็จะมีโคชูจัง น้ำมันงา น้ำผึ้ง (หรือน้ำเชื่อมข้าวโพด) กระเทียมสับละเอียด น้ำส้มสายชู (หรือน้ำมะนาว) และงาขาวคั่วค่ะ สัดส่วนที่ฉันชอบใช้คือ โคชูจัง 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ (ขึ้นอยู่กับความชอบหวาน), กระเทียมสับ 1 ช้อนชา, น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา และงาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะค่ะ แค่นำทุกอย่างมาผสมให้เข้ากันดี ชิมรสแล้วปรับตามชอบได้เลยค่ะ บางคนชอบเผ็ดมากหน่อยก็เพิ่มโคชูจัง บางคนชอบหวานก็เพิ่มน้ำผึ้งค่ะ ฉันเคยลองซื้อซอสสำเร็จรูปมาใช้ มันก็อร่อยนะ แต่รสชาติจะไม่เข้มข้นและไม่หอมเท่าทำเองค่ะ พอได้ลองทำเองแล้วคือติดใจเลยค่ะ ทำทีเดียวเก็บใส่ตู้เย็นไว้กินได้หลายมื้อเลยนะ
เคล็ดลับเพิ่มมิติให้รสชาติซอส
ถ้าอยากให้ซอสโคชูจังของเรามีมิติและรสชาติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ฉันมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ! ลองเติมแอปเปิ้ลหรือลูกแพร์ขูดฝอยลงไปเล็กน้อยค่ะ จะช่วยเพิ่มความหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมสดชื่นให้กับซอสได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยนะ หรือบางคนอาจจะชอบใส่หัวหอมใหญ่ขูดฝอยลงไปด้วยก็ได้ค่ะ จะช่วยให้ซอสมีความกลมกล่อมและรสชาติที่ซับซ้อนมากขึ้นค่ะ อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยคือ งาขาวคั่วค่ะ การคั่วงาเองจะทำให้งาหอมมากๆ และพอเอามาบดหยาบๆ แล้วใส่ลงไปในซอส จะช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและกลิ่นหอมมันให้กับซอสของเราได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ฉันชอบทำซอสเก็บไว้ในขวดโหลเล็กๆ แช่ตู้เย็นไว้ค่ะ เวลาจะกินบิบิมบับก็แค่ตักออกมาคลุก ทำให้ประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยค่ะ
การจัดจาน: ศิลปะที่ทำให้บิบิมบับน่ากินขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
จัดเรียงสีสันให้น่าดึงดูด
จำได้ไหมคะว่าคนเรามักจะกินด้วยตาเป็นอันดับแรก? บิบิมบับก็เช่นกันค่ะ การจัดจานนี่แหละคือโอกาสที่เราจะโชว์ฝีมือและทำให้เมนูของเราดูน่ากินยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ หลังจากที่เราตักข้าวสวยใส่ชามแล้ว (แนะนำให้ใช้ชามดินเผาแบบเกาหลีนะคะ จะได้อารมณ์สุดๆ) ก็ถึงเวลาจัดเรียงผักและเนื้อสัตว์ต่างๆ ลงไปบนข้าวค่ะ เคล็ดลับคือให้จัดเรียงเป็นกลุ่มๆ แยกสีสันออกจากกันค่ะ เช่น ผักโขมเขียวๆ แครอทส้มๆ ถั่วงอกขาวๆ เห็ดน้ำตาลๆ และเนื้อสัตว์สีเข้มๆ จัดวางวนรอบๆ ชาม ให้มีพื้นที่ตรงกลางสำหรับไข่ดาวหรือไข่แดงดิบค่ะ การจัดเรียงแบบนี้จะทำให้บิบิมบับของเราดูมีมิติ มีชีวิตชีวา และเชิญชวนให้เราอยากจะคลุกกินมากๆ เลยค่ะ ฉันเองบางทีก็จัดเรียงแบบไล่โทนสี หรือบางทีก็จัดแบบเป็นรัศมี เหมือนดอกไม้บานเลยค่ะ สนุกดีนะคะ
เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยเครื่องเคียงและไข่
และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือไข่ค่ะ! บิบิมบับจะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลยถ้าไม่มีไข่ บางคนชอบไข่ดาวเยิ้มๆ วางไว้ตรงกลางให้ไข่แดงไหลเยิ้มลงมาคลุกกับข้าวตอนจะกิน ซึ่งเป็นวิธีที่ฉันชอบที่สุดเลยค่ะ แต่ถ้าใครไม่ชอบไข่ดาว จะใช้ไข่ต้มยางมะตูมผ่าครึ่งก็ได้ หรือจะเป็นไข่เจียวหั่นฝอยก็ได้ค่ะ แต่ถ้าอยากได้แบบออริจินัลสุดๆ ก็คือการวางไข่แดงดิบไว้ตรงกลางเลยค่ะ พอคลุกแล้วไข่แดงจะทำให้บิบิมบับของเรามีความนุ่มนวลและรสชาติกลมกล่อมมากขึ้นค่ะ นอกจากนี้ การมีกิมจิอร่อยๆ และน้ำซุปเล็กน้อยวางคู่กันก็ช่วยเพิ่มอรรถรสในการกินได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ ทำให้มื้ออาหารของเราดูครบถ้วนและพิเศษมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ
| วัตถุดิบหลัก | เคล็ดลับการเตรียม | ประโยชน์โดยสังเขป |
|---|---|---|
| ข้าวสวย | เลือกข้าวเมล็ดสั้น หุงให้นุ่ม ไม่แฉะ | คาร์โบไฮเดรต ให้พลังงาน |
| ผักโขม | ลวกเร็วๆ แช่น้ำเย็น บีบน้ำออก | วิตามิน K, A, C ธาตุเหล็ก |
| แครอท | ซอยเป็นเส้น ผัดพอสุก | วิตามิน A สูง บำรุงสายตา |
| ถั่วงอก | ลวกพอสลด บีบน้ำออก | วิตามิน C, โปรตีน, ใยอาหาร |
| เห็ดหอม (หรืออื่นๆ) | หั่นบางๆ ผัดพอสุก | ใยอาหาร, วิตามิน D (เมื่อโดนแดด) |
| เนื้อสัตว์ (หมู/ไก่/วัว) | หั่นชิ้นเล็กๆ ผัดหรือย่าง | โปรตีน, ธาตุเหล็ก |
| ไข่ | ไข่ดาว/ไข่ต้ม/ไข่แดงดิบ | โปรตีนสูง, วิตามิน B12, D |
| ซอสโคชูจัง | ผสมเองจะหอมอร่อยกว่า | เพิ่มรสชาติ, โปรไบโอติก (จากโคชูจัง) |
พลิกแพลงตามใจชอบ: สร้างสรรค์บิบิมบับในสไตล์ของคุณเอง
บิบิมบับสำหรับสายมังสวิรัติ

ใครบอกว่าบิบิมบับจะต้องมีเนื้อสัตว์เท่านั้นคะ? ฉันขอบอกเลยว่าบิบิมบับนี่แหละคือเมนูที่ปรับเป็นมังสวิรัติได้ง่ายมากๆ เลยค่ะ! แค่เปลี่ยนจากเนื้อสัตว์เป็นโปรตีนจากพืชแทน เช่น เต้าหู้แข็งหั่นเต๋าแล้วนำไปทอดหรือย่างให้ผิวเหลืองกรอบ หรือจะเป็นเห็ดต่างๆ อย่างเห็ดออรินจิ เห็ดเข็มทอง เห็ดชิเมจิ ก็เอามาผัดหรือย่างแทนเนื้อสัตว์ได้เลยค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มปริมาณผักให้มากขึ้นอีกก็ได้นะคะ เช่น ใส่ฟักทองญี่ปุ่นหั่นบางๆ ลงไปผัด หรือจะเพิ่มถั่วฝักยาวซอย ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ สำหรับซอสโคชูจังก็เลือกใช้แบบที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์หรือส่วนประกอบจากสัตว์ค่ะ การทำบิบิมบับมังสวิรัติไม่ได้แค่ดีต่อสุขภาพเท่านั้นนะ แต่ยังช่วยให้เราได้สำรวจวัตถุดิบและรสชาติใหม่ๆ ที่อาจจะไม่เคยลองมาก่อนด้วยค่ะ ฉันเคยลองทำบิบิมบับเต้าหู้ทอดกับเห็ดรวม อร่อยจนเพื่อนที่ไม่กินมังสวิรัติยังต้องขอเบิ้ลเลยค่ะ!
เพิ่มความจัดจ้านด้วยวัตถุดิบไทยๆ
ไหนๆ เราก็อยู่เมืองไทยแล้ว ทำไมไม่ลองใส่ความเป็นไทยเข้าไปในบิบิมบับดูบ้างล่ะคะ? บางทีฉันก็แอบใส่พริกขี้หนูซอยละเอียดลงไปในซอสโคชูจังนิดหน่อยค่ะ เพื่อเพิ่มความเผ็ดร้อนแบบไทยๆ หรือบางทีก็ลองใช้ผักไทยๆ ที่หาได้ง่ายในตลาดมาผัดแทนผักเกาหลี เช่น ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน ถั่วพูซอย หรือแม้แต่ยอดมะระก็ยังได้เลยค่ะ แค่ปรุงรสให้เข้ากับบิบิมบับก็พอค่ะ ไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับต้นฉบับมากเกินไปหรอกนะ การทดลองอะไรใหม่ๆ นี่แหละค่ะคือความสนุกของการทำอาหาร!
ฉันเคยลองใส่หมูย่างแบบไทยๆ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แทนเนื้อสัตว์แบบเกาหลี ก็อร่อยเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ รสชาติมันจะมีความหอมของเครื่องเทศไทยๆ ผสมผสานกับความเผ็ดร้อนของโคชูจัง เป็นรสชาติที่แปลกใหม่และถูกปากคนไทยแน่นอนค่ะ
เตรียมบิบิมบับล่วงหน้า: เมนูเร่งด่วนสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลา
เคล็ดลับการจัดเตรียมส่วนประกอบ
สำหรับสาวๆ หรือหนุ่มๆ วัยทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาเข้าครัวในวันธรรมดาอย่างฉัน บิบิมบับนี่แหละคือทางออกค่ะ! เราสามารถเตรียมส่วนประกอบต่างๆ เก็บไว้ล่วงหน้าได้เลยนะคะ จะช่วยประหยัดเวลาในวันเร่งรีบไปได้เยอะมากๆ เลยค่ะ หลักการง่ายๆ คือ ให้เราเตรียมผักที่ปรุงสุกแล้ว เช่น ผักโขมลวก ถั่วงอกลวก แครอทผัด เห็ดผัด แยกใส่กล่องสุญญากาศหรือถุงซิปล็อกแช่ตู้เย็นไว้ค่ะ ส่วนเนื้อสัตว์ก็เช่นกันค่ะ จะเป็นเนื้อหมูหรือเนื้อไก่ที่ผัดปรุงรสไว้แล้ว หรือจะย่างเก็บไว้ก็ได้ค่ะ และที่สำคัญคือ ซอสโคชูจังบิบิมบับที่ทำเองก็สามารถทำเก็บไว้ในขวดโหลแล้วแช่ตู้เย็นได้นานเลยค่ะ พอถึงเวลาจะกิน ก็แค่หุงข้าวสวยร้อนๆ แล้วนำส่วนประกอบต่างๆ ออกมาจัดเรียง แล้วก็คลุกกินได้เลย ง่าย สะดวก และอร่อยเหมือนเดิมค่ะ ฉันชอบทำของพวกนี้เตรียมไว้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ พอถึงวันทำงานก็แค่หยิบออกมา ทำให้มีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่นได้เยอะเลย
รวมร่างบิบิมบับฉบับเร่งด่วน
พอทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว การรวมร่างบิบิมบับก็ง่ายนิดเดียวค่ะ! แค่หุงข้าวสวยให้ร้อนๆ (บางทีฉันก็ใช้ข้าวกล้องผสมด้วยนะ เพื่อเพิ่มใยอาหาร) แล้วตักใส่ชาม จากนั้นก็หยิบผักและเนื้อสัตว์ที่เราเตรียมไว้มาจัดเรียงบนข้าวค่ะ วางไข่ดาวหรือไข่ต้มยางมะตูมไว้ตรงกลาง ราดด้วยซอสโคชูจังที่เราเตรียมไว้เยอะๆ หน่อย แล้วก็คลุกให้เข้ากันค่ะ บางทีฉันก็ใส่สาหร่ายแผ่นหั่นฝอย หรือกิมจิเพิ่มลงไปด้วย ก็จะยิ่งเพิ่มความอร่อยและรสชาติที่ซับซ้อนให้กับบิบิมบับของเราค่ะ เป็นมื้ออาหารที่ครบถ้วนและทำได้รวดเร็วมากๆ เลยนะ เหมาะสำหรับวันที่กลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ แล้วไม่อยากคิดอะไรมากเลยค่ะ และที่สำคัญคือเราสามารถควบคุมคุณภาพและความสะอาดของวัตถุดิบได้เองด้วยค่ะ สบายใจหายห่วงเลย
กินบิบิมบับให้อร่อยฟิน: วิธี mix & match ที่คนเกาหลีเขาก็ทำกัน!
คลุกเคล้าให้เข้ากันทุกคำ
เคล็ดลับการกินบิบิมบับให้อร่อยฟินที่สุดก็คือ การคลุกค่ะ! อย่ามัวแต่ตักกินทีละอย่างเด็ดขาดนะคะ เพราะเสน่ห์ของบิบิมบับคือการที่ทุกสิ่งทุกอย่างมารวมกันอยู่ในคำเดียวค่ะ ตั้งแต่ข้าว ผักนานาชนิด เนื้อสัตว์ ไข่ และซอสโคชูจัง มันจะผสมผสานกันเป็นรสชาติใหม่ที่กลมกล่อมและลงตัวมากๆ ค่ะ ฉันชอบใช้ช้อนเกาหลีคลุกเลยค่ะ คลุกให้ทั่วๆ จนข้าวทุกเม็ดเคลือบด้วยซอสสีแดงส้มๆ ของโคชูจัง เวลาคลุกก็จะได้กลิ่นหอมของน้ำมันงา กระเทียม และซอสโชยขึ้นมา มันเป็นอะไรที่กระตุ้นความอยากอาหารได้ดีมากๆ เลยค่ะ บางคนอาจจะคลุกแค่พอประมาณ แต่ฉันชอบคลุกจนทุกอย่างเข้ากันดีจริงๆ นะคะ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคำที่ตักเข้าปากจะได้รับรสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ
เครื่องเคียงคู่ใจ เพิ่มรสชาติไม่รู้จบ
บิบิมบับจะอร่อยยิ่งขึ้นไปอีกถ้ามีเครื่องเคียงดีๆ มาเสริมทัพค่ะ! อย่างแรกที่ขาดไม่ได้เลยคือกิมจิค่ะ! กิมจิรสชาติเปรี้ยวอมเผ็ด เข้ากันได้ดีกับบิบิมบับมากๆ เลยค่ะ หรือถ้าใครชอบความสดชื่น ลองกินคู่กับน้ำซุปสาหร่าย หรือซุปเต้าเจี้ยวแบบเกาหลีก็ได้ค่ะ ช่วยให้คล่องคอและตัดเลี่ยนได้ดีเลยนะ นอกจากนี้ บางคนยังชอบโรยสาหร่ายหั่นฝอย หรือปลาเส้นทอดกรอบๆ เพิ่มลงไปอีกก็ได้ค่ะ เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสและรสชาติที่หลากหลายให้กับบิบิมบับของเราค่ะ การได้ลองจับคู่เครื่องเคียงต่างๆ นี่แหละค่ะคือความสนุกอีกอย่างของการกินบิบิมบับ ฉันเคยลองกินกับหัวไชเท้าดองแบบเกาหลีก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ ลองหาเครื่องเคียงที่คุณชอบมาลองกินคู่กันดูนะคะ รับรองว่ามื้อบิบิมบับของคุณจะสนุกและอร่อยไม่รู้จบเลยล่ะค่ะ!
글을마치며
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน พอได้อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงจะเริ่มอยากลุกขึ้นมาทำบิบิมบับกินเองแล้วใช่ไหมล่ะคะ? ฉันบอกเลยว่านี่แหละคือสุดยอดเมนูที่ตอบโจทย์ชีวิตในยุคนี้จริงๆ ค่ะ ทั้งอร่อย ทั้งดีต่อสุขภาพ แถมยังทำง่าย ปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะวันไหนๆ บิบิมบับก็พร้อมที่จะเป็นมื้อโปรดของคุณได้เสมอค่ะ ลองเอาเคล็ดลับต่างๆ ที่ฉันแบ่งปันไปวันนี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำยากเลยค่ะ ขอแค่ลองเปิดใจและสนุกไปกับการทำอาหาร คุณก็จะได้บิบิมบับในสไตล์ของคุณเองที่อร่อยไม่แพ้ร้านดังแน่นอนค่ะ หวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับการกินบิบิมบับเหมือนที่ฉันเป็นนะคะ!
알아두면 쓸모 있는 정보
1.
การเลือกซื้อโคชูจัง
ในการทำซอสโคชูจังบิบิมบับให้อร่อยนั้น โคชูจังที่ใช้ก็สำคัญมากๆ เลยค่ะ แนะนำให้เลือกโคชูจังยี่ห้อดังๆ ที่มีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป หรือตามร้านค้าเกาหลีนะคะ เพราะคุณภาพและรสชาติจะค่อนข้างคงที่และได้มาตรฐานค่ะ บางยี่ห้อก็จะมีระดับความเผ็ดให้เลือกด้วยนะคะ ถ้าใครชอบรสจัดจ้านก็เลือกระดับเผ็ดมากได้เลยค่ะ ฉันเองจะชอบลองซื้อโคชูจังหลายๆ ยี่ห้อมาเปรียบเทียบกัน เพื่อหารสชาติที่ถูกใจที่สุดค่ะ และที่สำคัญหลังจากเปิดใช้แล้ว ควรเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของโคชูจังให้นานที่สุดค่ะ
2.
เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยธัญพืช
ถ้าอยากให้บิบิมบับของเรามีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้นไปอีก ลองเปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ผสมดูสิคะ หรือจะผสมธัญพืชอื่นๆ เช่น ควินัว ถั่วลูกไก่ ลงไปหุงพร้อมกับข้าวก็ได้ค่ะ นอกจากจะเพิ่มใยอาหารแล้ว ยังได้วิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลายมากขึ้นด้วยค่ะ การปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้จะช่วยให้มื้ออาหารของเราดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยที่รสชาติก็ยังคงอร่อยเหมือนเดิมค่ะ ฉันเคยลองใช้ข้าวกล้องผสมกับข้าวขาวแล้วรสชาติก็ยังอร่อยมากๆ เลยค่ะ แถมยังรู้สึกอิ่มท้องนานกว่าเดิมด้วยนะ
3.
เมนูสำหรับคนลดน้ำหนัก
สำหรับใครที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือลดความอ้วน บิบิมบับถือเป็นเมนูที่ตอบโจทย์มากๆ ค่ะ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบนิดหน่อย เช่น ลดปริมาณข้าวลง เพิ่มปริมาณผักให้มากขึ้น เน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือเต้าหู้ และลดปริมาณซอสโคชูจังลงเล็กน้อยค่ะ หรือถ้าจะให้ดีก็ลองทำซอสโคชูจังสูตรลดน้ำตาลเองก็ได้นะคะ นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนจากไข่ดาวเป็นไข่ต้ม หรือไข่ตุ๋นเกาหลีก็ได้ค่ะ แค่นี้เราก็ได้บิบิมบับเวอร์ชันคลีนๆ ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพมากๆ แล้วค่ะ ฉันเองก็ใช้บิบิมบับเป็นเมนูหลักในช่วงที่อยากดูแลรูปร่างเลยค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน
4.
การใช้เครื่องปรุงรสแบบไทยๆ
อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าเราสามารถเพิ่มความเป็นไทยเข้าไปในบิบิมบับได้นะคะ ลองใช้กระเทียมเจียวกรอบๆ โรยหน้า หรือเพิ่มหอมแดงซอยเจียวลงไปคลุกกับข้าวก็ได้ค่ะ จะช่วยเพิ่มความหอมและรสชาติที่คุ้นเคยแบบไทยๆ ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ นอกจากนี้ถ้าใครชอบรสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ จริงๆ อาจจะลองเติมพริกป่นคั่ว หรือน้ำปลาพริกลงไปเล็กน้อยตอนคลุกก็ได้ค่ะ แต่ต้องระวังอย่าใส่เยอะเกินไปนะคะ เพราะรสชาติอาจจะตีกันได้ค่ะ การทดลองผสมผสานรสชาติแบบนี้จะทำให้บิบิมบับของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไม่เหมือนใครเลยค่ะ
5.
บิบิมบับหม้อหินร้อน (Dolsot Bibimbap)
ถ้าใครอยากได้อารมณ์เหมือนกินบิบิมบับที่ร้านอาหารเกาหลีแท้ๆ ลองลงทุนซื้อหม้อหินร้อนแบบเกาหลี (Dolsot) มาใช้ดูสิคะ การกินบิบิมบับในหม้อหินร้อนจะช่วยให้ข้าวมีผิวกรอบเกรียมเล็กน้อยที่ก้นหม้อ ซึ่งคนเกาหลีเรียกว่า ‘นูรุงจี’ เป็นส่วนที่อร่อยมากๆ เลยค่ะ แถมยังช่วยให้อาหารอุ่นอยู่ตลอดเวลาด้วยนะคะ วิธีทำก็คือ ใส่น้ำมันงาลงไปเคลือบก้นหม้อหินร้อน แล้วตักข้าวใส่ลงไป จากนั้นจัดเรียงวัตถุดิบและไข่แดงดิบลงไป แล้วนำไปตั้งไฟอ่อนๆ จนได้กลิ่นหอมของข้าวที่เกรียมเล็กน้อย แค่นี้ก็ได้บิบิมบับหม้อหินร้อนแสนอร่อยแล้วค่ะ
중요 사항 정리
บิบิมบับไม่ใช่แค่เมนูข้าวคลุกผักธรรมดาๆ นะคะ แต่มันคือการผสมผสานของรสชาติ สีสัน และคุณค่าทางโภชนาการที่ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเฮลท์ตี้ สายประหยัด หรือสายสร้างสรรค์ เมนูนี้ก็สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอนค่ะ หัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ การปรุงรสชาติของผักแต่ละชนิดให้พอดี และแน่นอนว่าซอสโคชูจังสูตรเด็ดที่เราทำเองนี่แหละค่ะคือพระเอกของงาน ที่จะช่วยชูรสชาติของบิบิมบับให้โดดเด่นและกลมกล่อมมากยิ่งขึ้นค่ะ อย่าลืมที่จะจัดจานให้สวยงามน่ารับประทาน และคลุกทุกอย่างให้เข้ากันก่อนกินนะคะ เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การกินบิบิมบับที่อร่อยฟินในทุกๆ คำค่ะ ที่สำคัญคืออย่าหยุดที่จะทดลองและสร้างสรรค์บิบิมบับในสไตล์ของคุณเองนะคะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: “บิบิมบับ” ดูเหมือนมีวัตถุดิบเยอะแยะไปหมดเลยค่ะ จะหาซื้อได้จากที่ไหนบ้าง แล้วถ้าไม่มีบางอย่างใช้ของอย่างอื่นแทนได้ไหมคะ?
ตอบ: อย่าเพิ่งท้อใจไปเลยค่ะ! ฉันเองก็เคยคิดแบบนั้นเลยว่าต้องเตรียมของเยอะแยะวุ่นวาย แต่พอได้ลองทำแล้วจะรู้ว่าวัตถุดิบหลักๆ ที่เราใช้กันเนี่ย หาซื้อง่ายมากๆ เลยค่ะ ตามซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านเราก็มีครบ ทั้งข้าวสวย ผักสดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วงอก ผักโขม แครอท เห็ด หรือแตงกวา ส่วนเนื้อสัตว์ก็เลือกได้เลยค่ะ จะเป็นหมูสไลด์ หมูบด ไก่ หรือเนื้อวัวก็ได้ทั้งนั้น หรือถ้าใครไม่ทานเนื้อสัตว์ก็ใช้เต้าหู้หรือไข่แทนได้สบายๆ เลยนะคะ ที่สำคัญคือผักต่างๆ เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบเลยค่ะ มีอะไรในตู้เย็นก็เอามาใช้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องเป๊ะตามสูตรเป๊ะๆ ขนาดนั้น มันคือความสนุกของการทำอาหารเกาหลีที่บ้านเลยล่ะค่ะ!
แค่เตรียมผักให้หลากสีสันก็จะทำให้บิบิมบับของเราน่ากินขึ้นเยอะเลยนะ
ถาม: อยากทำบิบิมบับให้อร่อยเด็ดเหมือนกินที่เกาหลีเลยค่ะ มีเคล็ดลับอะไรเป็นพิเศษไหมคะ?
ตอบ: โอ๊ย! เข้าใจเลยค่ะว่าอยากให้รสชาติมันฟินเหมือนได้บินไปกินที่เมียงดงใช่ไหมล่ะคะ! เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดของบิบิมบับเลยก็คือ “ซอสโคชูจัง” นี่แหละค่ะ!
ซอสที่ดีจะช่วยชูรสชาติทุกอย่างให้อร่อยลงตัว แนะนำให้ลองหาซื้อโคชูจังคุณภาพดีๆ นะคะ บางยี่ห้อก็จะมีรสชาติกลมกล่อมกว่ากันเยอะเลยค่ะ ส่วนอีกเคล็ดลับที่คนเกาหลีเค้าทำกันคือการปรุงรสผักแต่ละอย่างแยกกันเล็กน้อยก่อนเอามาจัดจานค่ะ อย่างผักโขมก็ลวกแล้วบีบน้ำออก คลุกงา น้ำมันงา กระเทียมสับนิดหน่อย ส่วนแครอทก็เอาไปผัดเล็กน้อยพอสุก วิธีนี้จะช่วยให้ผักทุกอย่างมีรสชาติในตัวเอง ไม่จืดชืด และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือไข่ดาวเยิ้มๆ วางไว้ด้านบนสุดค่ะ พอตักคลุกเคล้ากับข้าวและซอส โหยยยย…ฟินสุดๆ ไปเลยค่ะ!
ลองทำดูนะคะ รับรองว่าอร่อยจนหยุดไม่ได้!
ถาม: ถ้าไม่กินเนื้อสัตว์ หรืออยากให้บิบิมบับเฮลตี้กว่าเดิม ทำยังไงได้บ้างคะ?
ตอบ: เป็นคำถามที่ดีมากๆ เลยค่ะ! ยิ่งช่วงนี้เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง บิบิมบับนี่แหละค่ะคือเมนูที่ปรับเปลี่ยนให้เฮลตี้ได้ง่ายสุดๆ เลยค่ะ ถ้าไม่ทานเนื้อสัตว์ก็ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เราสามารถใช้โปรตีนจากพืชแทนได้สบายๆ เช่น เต้าหู้แข็งหั่นเต๋าแล้วนำไปจี่ในกระทะ หรือจะใช้เห็ดชนิดต่างๆ ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ ส่วนเรื่องความเฮลตี้เพิ่มเติมเนี่ย ลองเปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ก็ได้นะคะ เพิ่มใยอาหารได้เยอะเลย แล้วก็เน้นผักให้เยอะเข้าไว้ค่ะ ผักสดๆ หลากสีสัน ยิ่งเยอะยิ่งดีค่ะ!
จะช่วยให้เราอิ่มนานขึ้นด้วย ที่สำคัญคือลดปริมาณน้ำมันที่ใช้ในการผัดผักลงหน่อย หรือจะใช้วิธีลวกแทนการผัดก็ได้ค่ะ แค่นี้บิบิมบับของเราก็จะกลายเป็นจานสุขภาพที่อร่อยและดีต่อใจสุดๆ แล้วล่ะค่ะ ฉันเองก็ชอบทำแบบนี้บ่อยๆ ค่ะ สบายท้องมากๆ เลย






