สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน! ช่วงนี้กระแสเกาหลีมาแรงไม่หยุดเลยนะคะ ทั้งซีรีส์ เพลง แล้วก็แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของอาหารการกินด้วย ในฐานะที่ฉันเองก็เป็นสายเกาหลีตัวยงที่ชอบทั้งดูซีรีส์และตระเวนหาของอร่อย ฉันสังเกตเห็นมาตลอดว่าอาหารเกาหลีไม่ได้มีแค่รสชาติจัดจ้าน ชวนให้ติดใจเท่านั้น แต่ยังซ่อนคุณประโยชน์ดีๆ ไว้เพียบเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผักสดๆ ที่มาพร้อมกับเครื่องเคียงหลากหลายชนิด กิมจิที่ผ่านการหมักบ่มจนได้ที่ หรือส่วนผสมอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น จากประสบการณ์ตรงที่ได้ลองกินอาหารเกาหลีบ่อยๆ ฉันรู้สึกเลยว่ามันช่วยให้ร่างกายสดชื่น มีพลังงาน ผิวพรรณก็ดูสดใสขึ้น แถมยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีอีกด้วยนะ บางคนอาจจะคิดว่าอาหารเกาหลีมีแต่รสจัด แต่จริงๆ แล้วมันมีความสมดุลที่น่าทึ่งซ่อนอยู่ค่ะ การได้กินอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพไปพร้อมๆ กัน มันคือความสุขจริงๆ ค่ะ สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากรู้ว่าอาหารเกาหลีมีพลังวิเศษอะไรซ่อนอยู่บ้าง และจะช่วยให้สุขภาพของเราดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง
ฉันจะพาเพื่อนๆ ไปสำรวจคุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพของอาหารเกาหลีแบบจัดเต็มเลยค่ะ
พลังจากผักหลากสี: หัวใจสำคัญของอาหารเกาหลีเพื่อสุขภาพที่ดี

เพื่อนๆ เคยสังเกตไหมคะว่า เวลาที่เราไปกินอาหารเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นร้านไหน เมนูอะไร ก็มักจะมีเครื่องเคียงจานเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยผักสีเขียวสด สีแดงสด หรือสีเหลืองอ่อนๆ วางเรียงรายเต็มโต๊ะไปหมดเลย ใช่แล้วค่ะ! นี่แหละคือหัวใจสำคัญที่ทำให้อาหารเกาหลีโดดเด่นไม่เหมือนใคร และเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ทำให้ชาวเกาหลีมีสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว ผักสดเหล่านี้ไม่ได้แค่เพิ่มสีสันให้น่ากินนะคะ แต่ยังอัดแน่นไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของเรามากๆ จากประสบการณ์ตรงของฉันที่ชอบลองทำอาหารเกาหลีเองที่บ้าน เวลาที่ได้เห็นผักสดๆ ที่เตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็นผักกาดหอม ผักโขม ถั่วงอก หัวไชเท้า หรือแตงกวา มันรู้สึกเหมือนได้เติมพลังให้ตัวเองไปในตัวเลยค่ะ การกินผักเยอะๆ แบบนี้ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ผิวพรรณก็ดูสดใสขึ้นจริงๆ นะ ไม่ได้โม้! บางครั้งฉันก็เอาผักเหล่านี้มาห่อกับเนื้อย่าง หรือคลุกเคล้ากับน้ำสลัดเบาๆ ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
ผักสดหลากชนิด: แหล่งรวมสารอาหารต้านโรค
ในอาหารเกาหลี เราจะได้เห็นผักสดๆ ที่หลากหลายมากๆ เลยค่ะ ตั้งแต่กะหล่ำปลี คะน้า เห็ดต่างๆ ไปจนถึงสาหร่ายทะเล ซึ่งแต่ละชนิดก็มีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันไป อย่างผักใบเขียวเข้มก็เต็มไปด้วยธาตุเหล็กและวิตามินเค ช่วยบำรุงเลือดและกระดูก ส่วนเห็ดก็มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ฉันเคยไปเดินตลาดสดที่เกาหลีครั้งนึง โอ้โห! ผักเยอะมากจริงๆ ค่ะ แต่ละร้านก็คัดแต่ของสดๆ ใหม่ๆ มาขาย เห็นแล้วอยากจะเหมากลับบ้านมาทำอาหารให้หมดเลย ผักเหล่านี้ช่วยให้เราได้รับใยอาหารที่เพียงพอ ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ไม่หิวบ่อย แถมยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิดด้วยค่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนเกาหลีถึงดูแข็งแรงและกระฉับกระเฉงกันแทบทุกคน เพราะเขากินผักเป็นยาจริงๆ ค่ะ
การปรุงผักแบบเกาหลี: คงคุณค่าได้เต็มที่
สิ่งที่น่าทึ่งอีกอย่างคือวิธีการปรุงผักของคนเกาหลีค่ะ พวกเขามักจะนำผักไปลวก ต้ม นึ่ง หรือผัดแบบเร็วๆ เพื่อให้ผักยังคงความกรอบและคงคุณค่าทางอาหารไว้ได้มากที่สุด อย่างในเมนูผักนามุล (Namul) ที่เป็นเครื่องเคียง เราจะเห็นผักหลายๆ ชนิดถูกนำมาปรุงรสด้วยน้ำมันงา กระเทียม และซีอิ๊วเล็กน้อย รสชาติจะกลมกล่อม ไม่จัดจ้านเกินไป ทำให้เราได้ลิ้มรสความหวานตามธรรมชาติของผักได้อย่างเต็มที่ ฉันชอบทำผักนามุลกินเองที่บ้านบ่อยๆ เพราะมันทำง่าย แล้วก็อร่อยมากๆ ด้วย ยิ่งตอนที่ผักยังสดๆ แล้วเอามาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงรสหอมๆ มันเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ เลยค่ะ การปรุงแบบนี้ยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ได้ดีขึ้นอีกด้วยนะ เป็นวิธีการกินผักที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ครบถ้วนจริงๆ ค่ะ
กิมจิ: ซูเปอร์ฟู้ดระดับโลกที่มากกว่าแค่เครื่องเคียง
พูดถึงอาหารเกาหลีแล้วจะไม่พูดถึงกิมจิก็คงจะไม่ได้เนอะ! สำหรับฉันแล้ว กิมจิไม่ใช่แค่เครื่องเคียงที่กินคู่กับอะไรก็อร่อยเท่านั้น แต่มันคือซูเปอร์ฟู้ดระดับโลกที่มีประโยชน์เหลือเชื่อจริงๆ ค่ะ ใครที่เคยลองกินกิมจิจะรู้เลยว่ามันมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ที่สำคัญคือกิมจิเป็นอาหารหมักดองที่เต็มไปด้วยโปรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ดีๆ ที่มีชีวิต ที่ช่วยดูแลลำไส้ของเราให้แข็งแรง จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ฉันเป็นคนท้องผูกง่าย พอได้กินกิมจิเป็นประจำก็รู้สึกเลยว่าระบบขับถ่ายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ ท้องไม่ค่อยอืด แถมยังรู้สึกสบายตัวขึ้นด้วยนะ กิมจิมีหลากหลายชนิดมากๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่กิมจิผักกาดขาวที่เราคุ้นเคยกัน แต่ยังมีกิมจิหัวไชเท้า กิมจิแตงกวา หรือแม้แต่กิมจิที่ทำจากต้นหอมก็มี คือมันสร้างสรรค์ได้ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ ค่ะ และไม่ว่าจะเป็นกิมจิชนิดไหน ก็ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้นเลย
โปรไบโอติกส์ในกิมจิ: เพื่อนรักของลำไส้
เหตุผลหลักที่ทำให้กิมจิถูกยกให้เป็นซูเปอร์ฟู้ดก็คือ โปรไบโอติกส์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการหมักดองนี่แหละค่ะ จุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยปรับสมดุลของระบบนิเวศในลำไส้ของเรา ทำให้แบคทีเรียดีๆ มีจำนวนมากขึ้น และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียไม่ดี การมีลำไส้ที่แข็งแรงส่งผลดีต่อร่างกายหลายอย่างเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น การดูดซึมสารอาหารที่มีประสิทธิภาพ และแม้กระทั่งส่งผลต่ออารมณ์ของเราด้วยค่ะ ฉันเคยอ่านงานวิจัยมาว่า 90% ของเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้เรามีความสุข ถูกสร้างขึ้นในลำไส้! ว้าวมากเลยใช่ไหมคะ การกินกิมจิเป็นประจำจึงเหมือนกับการเติมพลังให้ลำไส้ของเราแข็งแรงอยู่เสมอ พอสุขภาพลำไส้ดี เราก็รู้สึกสดชื่น มีพลังงาน และอารมณ์ดีตามไปด้วยค่ะ
สารอาหารอื่นๆ ในกิมจิ: มากกว่าที่คิด
นอกจากโปรไบโอติกส์แล้ว กิมจิยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ อีกมากมายเลยค่ะ เพราะมันทำมาจากผักสดหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี ที่ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันและผิวพรรณ วิตามินเอ ที่ดีต่อสายตา และใยอาหารที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย นอกจากนี้ ในส่วนผสมของกิมจิอย่างพริกป่นเกาหลี (โคชูการู) ก็มีสารแคปไซซินที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้ด้วยนะ! ส่วนกระเทียมและขิงที่ใช้เป็นส่วนผสมก็ขึ้นชื่อเรื่องการต้านการอักเสบและเสริมภูมิคุ้มกันอยู่แล้วค่ะ เรียกได้ว่ากินกิมจิหนึ่งถ้วยก็ได้ประโยชน์ครบถ้วนจริงๆ เป็นอาหารที่ฉันขาดไม่ได้เลยค่ะ เวลากินอาหารเกาหลีทีไร ต้องมีกิมจิอยู่บนโต๊ะตลอด กินเปล่าๆ ก็อร่อย กินกับข้าวก็ฟิน หรือเอาไปทำเมนูอื่นก็เข้ากันได้หมดเลย
ซุปและสตูว์เกาหลี: เมนูอุ่นๆ ที่เติมเต็มทั้งร่างกายและจิตใจ
อากาศเย็นๆ หรือวันที่รู้สึกเหนื่อยล้า การได้ซดซุปหรือสตูว์เกาหลีร้อนๆ สักถ้วย มันช่างเป็นอะไรที่วิเศษสุดๆ ไปเลยนะคะ สำหรับฉันแล้ว ซุปและสตูว์เกาหลีไม่ได้เป็นแค่อาหารมื้อหนึ่งเท่านั้น แต่มันคือการบำบัดทั้งร่างกายและจิตใจเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นซุปกิมจิ ซุปเต้าเจี้ยว (เทนจังจิเก) หรือซุปสาหร่าย (มิยอกกุก) แต่ละเมนูก็มีเสน่ห์และคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันไป ฉันเคยมีประสบการณ์ที่รู้สึกไม่สบายตัวนิดหน่อย แล้วได้ซดซุปไก่โสม (ซัมกเยทัง) ร้อนๆ ที่เพื่อนชาวเกาหลีทำให้กิน โอ้โห! รู้สึกมีพลังงานกลับคืนมาทันทีเลยค่ะ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเพลียมากๆ มันเหมือนกับร่างกายได้รับการปลอบประโลมจากภายใน ทำให้รู้สึกอบอุ่นและสบายตัวขึ้นมากๆ เลย ซุปและสตูว์เหล่านี้มักจะเต็มไปด้วยส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผัก เห็ด เต้าหู้ หรือสาหร่าย ที่ล้วนแล้วแต่ให้สารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน และวิธีการปรุงที่ค่อยๆ เคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้น ยิ่งทำให้รู้สึกอร่อยและได้ประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน
สารพัดซุป: เมนูบำรุงตามฤดูกาล
ในวัฒนธรรมการกินของเกาหลี ซุปเป็นส่วนสำคัญในทุกมื้ออาหารเลยค่ะ และยังมีซุปหลายชนิดที่ถูกออกแบบมาเพื่อบำรุงร่างกายในช่วงเวลาที่แตกต่างกันด้วย อย่างซัมกเยทัง (Samgyetang) หรือซุปไก่โสม ก็มักจะกินกันในหน้าร้อน เพื่อช่วยปรับสมดุลร่างกายและเติมพลังงานที่เสียไปกับการเสียเหงื่อ ส่วนในหน้าหนาว ก็จะมีซุปที่เน้นความร้อนและสารอาหารที่ช่วยให้อบอุ่น อย่างเช่น ซุปกระดูกหมู (คัมจาทัง) หรือซุปสาหร่ายที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ คนเกาหลีเชื่อว่าการกินซุปที่เหมาะสมกับสภาพอากาศจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ฉันว่ามันเป็นภูมิปัญญาที่ดีมากๆ เลยนะ ส่วนตัวฉันเองก็ชอบทำซุปสาหร่ายกินบ่อยๆ ค่ะ เพราะทำง่าย ได้ประโยชน์จากสาหร่ายทะเลเต็มๆ แถมยังรสชาติกลมกล่อม ซดคล่องคอมากๆ เลย
ความหลากหลายของส่วนผสม: ครบถ้วนทุกหมู่สารอาหาร
สิ่งที่ทำให้ซุปและสตูว์เกาหลีมีคุณค่าทางโภชนาการสูงก็คือความหลากหลายของส่วนผสมนี่แหละค่ะ ในหนึ่งหม้อเราอาจจะได้กินทั้งเนื้อสัตว์ (โปรตีน) เต้าหู้ (โปรตีนและแคลเซียม) ผักต่างๆ (วิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร) เห็ด (สารต้านอนุมูลอิสระ) และเครื่องเทศสมุนไพรอีกมากมาย ทุกอย่างมารวมกันในน้ำซุปที่เข้มข้น ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนโดยไม่ต้องกินอะไรเยอะแยะเลยค่ะ ฉันเคยลองทำซุปเต้าเจี้ยวเองแล้วใส่ผักลงไปเยอะๆ ทั้งหัวไชเท้า หอมใหญ่ เห็ด และเต้าหู้ มันอร่อยและอิ่มมากๆ แถมยังรู้สึกดีต่อสุขภาพสุดๆ ด้วยค่ะ การได้ซดน้ำซุปร้อนๆ ที่มีรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม และมีประโยชน์แบบนี้ ถือเป็นความสุขที่แท้จริงของการกินเลยล่ะ
เนื้อสัตว์ในอาหารเกาหลี: กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์และอร่อย
หลายคนอาจจะคิดว่าอาหารเกาหลีเน้นแต่เนื้อสัตว์ อย่างหมูสามชั้นย่าง หรือเนื้อย่างเกาหลี (บลูโกกิ) ที่ดูจะอ้วนๆ หน่อย แต่จริงๆ แล้วอาหารเกาหลีมีวิธีจัดการกับเนื้อสัตว์ให้มีประโยชน์และอร่อยได้อย่างลงตัวเลยนะคะ หัวใจสำคัญคือการเลือกส่วนของเนื้อสัตว์ การปรุง และการกินคู่กับผักเยอะๆ ค่ะ จากประสบการณ์ของฉันที่ชอบกินเนื้อสัตว์ แต่ก็กลัวอ้วนเหมือนกัน เวลาไปกินปิ้งย่างเกาหลี ฉันจะพยายามเลือกเนื้อส่วนที่ไม่ติดมันมากนัก อย่างสันคอหมู หรือเนื้อวัวส่วนที่มีไขมันแทรกไม่เยอะ แล้วก็จะเน้นกินคู่กับผักสดๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายมากๆ ค่ะ ทั้งผักกาดหอม ใบงา กระเทียม พริกสด และกิมจิ คือกินผักเยอะกว่าเนื้ออีกนะ! การกินแบบนี้ทำให้เราได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ก็ยังได้ใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุจากผักมาช่วยปรับสมดุลและลดความรู้สึกผิดที่กินเนื้อเยอะๆ ด้วยค่ะ แถมยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นด้วยนะ
เลือกเนื้อดี มีประโยชน์
คนเกาหลีมีความพิถีพิถันในการเลือกเนื้อสัตว์มากๆ ค่ะ เนื้อที่นำมาใช้ในอาหารเกาหลีส่วนใหญ่จะมีการหมักปรุงรสด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น กระเทียม ขิง ซีอิ๊ว น้ำมันงา ซึ่งนอกจากจะเพิ่มรสชาติให้อร่อยแล้ว ยังช่วยให้เนื้อนุ่มและย่อยง่ายขึ้นด้วยค่ะ สำหรับใครที่กังวลเรื่องไขมัน ก็สามารถเลือกเนื้อส่วนที่ไม่ติดมันมาก อย่างเนื้อสันใน ไก่ หรือปลา ก็ได้นะคะ แล้วก็เลือกวิธีการปรุงที่หลากหลาย เช่น การต้ม การนึ่ง หรือการย่างที่ไม่ใช้น้ำมันเยอะๆ อย่างเมนูไก่ตุ๋นโสม (ซัมกเยทัง) ที่ฉันชอบมากๆ ก็เป็นเมนูที่ใช้เนื้อไก่แบบไม่ติดมัน แล้วนำไปตุ๋นกับสมุนไพรต่างๆ ทำให้ได้โปรตีนเต็มๆ แถมยังได้คุณค่าจากสมุนไพรอีกด้วย คือกินแล้วรู้สึกว่าได้บำรุงร่างกายจริงๆ ค่ะ
การกินเนื้อคู่กับผัก: เคล็ดลับเพื่อสุขภาพ
สิ่งหนึ่งที่ฉันชอบมากๆ เกี่ยวกับการกินเนื้อสัตว์แบบเกาหลีคือการกินคู่กับผักค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการนำเนื้อย่างมาห่อด้วยผักกาดหอมและใบงา ใส่กระเทียม พริก และน้ำจิ้ม (ซัมจัง) ลงไปหน่อย แล้วกินคำโตๆ มันเป็นอะไรที่อร่อยและสดชื่นมากๆ ค่ะ การกินผักเยอะๆ แบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราได้รับใยอาหารและวิตามินเท่านั้น แต่ยังช่วยลดปริมาณไขมันที่เรากินเข้าไปได้ด้วย ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่สมดุลมากขึ้น แถมยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีอีกด้วยนะ เพราะใยอาหารในผักจะช่วยกวาดล้างสิ่งตกค้างในลำไส้ ทำให้รู้สึกสบายท้อง ฉันว่านี่แหละคือเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้อาหารเกาหลีที่ดูเหมือนจะเน้นเนื้อสัตว์ สามารถเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ในเวลาเดียวกัน เป็นวิธีการกินที่ฉลาดมากๆ เลยค่ะ
ข้าวและคาร์โบไฮเดรต: พลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนชีวิตชาวเกาหลี
ข้าวสวยร้อนๆ หอมๆ ที่เสิร์ฟคู่กับอาหารเกาหลีหลากหลายชนิด เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนะคะ สำหรับฉันแล้ว ข้าวเป็นมากกว่าแค่แหล่งพลังงาน แต่มันคือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวเกาหลีเลยค่ะ ลองนึกภาพเวลาเราไปกินข้าวที่ร้านอาหารเกาหลี แล้วได้ข้าวสวยร้อนๆ มาหนึ่งถ้วย กินคู่กับกิมจิ ซุป และเครื่องเคียงต่างๆ มันเป็นอะไรที่เติมเต็มมากๆ ค่ะ ข้าวให้คาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักที่ร่างกายของเราต้องการ เพื่อใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และถึงแม้ว่าเราจะได้ยินบ่อยๆ ว่าต้องลดคาร์โบไฮเดรต แต่จริงๆ แล้วคาร์โบไฮเดรตที่ดีและมีปริมาณที่เหมาะสม เป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายมากๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวที่เรากินในอาหารเกาหลีส่วนใหญ่ก็เป็นข้าวขาว ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ให้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวที่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นเร็วแล้วก็ตกเร็ว ฉันรู้สึกเลยว่าเวลาที่ได้กินข้าวกับอาหารเกาหลีครบเซ็ต มันทำให้ฉันมีแรงทำงาน มีแรงคิด และไม่รู้สึกอ่อนเพลียระหว่างวันเลยค่ะ
ข้าวสวย: พลังงานหลักของร่างกาย
ในอาหารเกาหลี ข้าวสวย (บับ) ถือเป็นรากฐานของทุกมื้ออาหารเลยก็ว่าได้ค่ะ คนเกาหลีจะกินข้าวเป็นหลักคู่กับกับข้าวและเครื่องเคียงต่างๆ ซึ่งข้าวจะทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ทำให้เรามีเรี่ยวแรงทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวัน นอกจากข้าวขาวแล้ว บางครั้งเราก็จะเห็นข้าวกล้อง หรือข้าวผสมธัญพืชอื่นๆ เสิร์ฟด้วย ซึ่งยิ่งเพิ่มใยอาหารและวิตามินบีต่างๆ เข้าไปอีกค่ะ การกินข้าวในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ทำให้เราไม่รู้สึกหิวบ่อย และมีสมาธิในการทำงานได้ดีขึ้น ฉันเองก็เป็นคนที่ต้องกินข้าวเป็นหลักเหมือนกันค่ะ ถ้าวันไหนไม่ได้กินข้าวจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง แล้วก็จะไม่มีแรงทำงานเลย ข้าวเกาหลีจะมีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ เวลากินกับกับข้าวเผ็ดๆ มันเข้ากันได้ดีมากๆ ค่ะ
เมนูคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ: ความหลากหลายที่น่าลอง

นอกจากข้าวสวยแล้ว อาหารเกาหลียังมีเมนูคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายเลยค่ะ อย่างเช่น คิมบับ (Kimbap) ที่เป็นข้าวห่อสาหร่ายสอดไส้ผัก เนื้อสัตว์ และไข่ หรือต๊อกบกกี (Tteokbokki) ที่เป็นแป้งต๊อกนุ่มๆ เคี้ยวหนึบในซอสรสจัดจ้าน หรือแม้แต่บิบิมบับ (Bibimbap) ข้าวยำเกาหลีที่รวมเอาข้าว ผัก เนื้อสัตว์ และไข่ไว้ในชามเดียว เมนูเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ให้คาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อร่างกาย และยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่นๆ จากส่วนผสมที่หลากหลายด้วยค่ะ ฉันชอบกินคิมบับมากๆ เพราะมันสะดวก กินง่าย แล้วก็ได้กินผักเยอะด้วย ส่วนต๊อกบกกีก็เป็นเมนูที่ฉันชอบกินเวลาอยากได้รสชาติจัดจ้านค่ะ แม้ว่าจะดูเป็นเมนูที่ให้พลังงานสูง แต่ถ้าเรากินในปริมาณที่พอเหมาะ และกินคู่กับผักเยอะๆ ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ให้พลังงานและความสุขได้ดีเลยทีเดียวค่ะ
เครื่องปรุงรสเกาหลี: เคล็ดลับความอร่อยและสุขภาพดี
ถ้าพูดถึงความอร่อยของอาหารเกาหลี สิ่งหนึ่งที่เราจะลืมไม่ได้เลยคือบรรดาเครื่องปรุงรสนี่แหละค่ะ! ไม่ว่าจะเป็นโคชูจัง (Gochujang) หรือพริกแกงเกาหลี เทนจัง (Doenjang) หรือเต้าเจี้ยวเกาหลี คันจัง (Ganjang) หรือซีอิ๊วเกาหลี และน้ำมันงา (Chamgireum) เครื่องปรุงเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้รสชาติอาหารลึกซึ้งและมีเอกลักษณ์เท่านั้น แต่ยังซ่อนคุณประโยชน์ดีๆ เอาไว้มากมายเลยนะคะ จากประสบการณ์ที่ฉันเคยลองทำอาหารเกาหลีเองที่บ้าน การได้ใช้เครื่องปรุงรสเหล่านี้ทำให้รสชาติอาหารที่ออกมามันแตกต่างจริงๆ ค่ะ มันมีมิติ มีความกลมกล่อมที่ไม่สามารถหาได้จากเครื่องปรุงรสอื่นๆ และฉันก็สังเกตเห็นว่าส่วนผสมในเครื่องปรุงรสเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นธรรมชาติและผ่านกระบวนการหมักบ่ม ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกระเทียม พริก ถั่วเหลือง หรือข้าว ที่ถูกนำมาผ่านกรรมวิธีต่างๆ จนกลายเป็นเครื่องปรุงรสคู่ครัวของชาวเกาหลี และเป็นเคล็ดลับที่ทำให้อาหารเกาหลีอร่อยติดใจและดีต่อสุขภาพไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ
โคชูจังและเทนจัง: พลังจากถั่วเหลืองหมัก
โคชูจังและเทนจังเป็นสองเครื่องปรุงรสหลักที่ฉันคิดว่าขาดไม่ได้ในครัวเกาหลีเลยค่ะ ทั้งสองอย่างนี้ทำมาจากถั่วเหลืองที่ผ่านการหมักบ่ม ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดโปรไบโอติกส์ที่ดีต่อลำไส้ และยังทำให้ถั่วเหลืองมีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้นด้วย โคชูจังให้รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ส่วนเทนจังก็จะให้รสเค็ม ออกเค็มๆ นัวๆ และมีกลิ่นหอมแบบเต้าเจี้ยว ฉันชอบเอาโคชูจังมาทำซอสบิบิมบับ หรือเอาเทนจังมาทำซุปเต้าเจี้ยว คือมันอร่อยแบบที่ต้องลองเองถึงจะเข้าใจค่ะ นอกจากเรื่องรสชาติแล้ว การหมักบ่มยังช่วยให้เครื่องปรุงเหล่านี้มีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารประกอบที่มีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของเราให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอกค่ะ
น้ำมันงาและกระเทียม: คู่หูสารพัดประโยชน์
น้ำมันงาและกระเทียมก็เป็นอีกสองอย่างที่สำคัญมากๆ ในอาหารเกาหลีค่ะ น้ำมันงาจะให้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ ส่วนกระเทียมก็ขึ้นชื่อเรื่องสรรพคุณทางยามายาวนาน ทั้งช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ และลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ในอาหารเกาหลีเราจะเห็นการใช้กระเทียมเยอะมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมในการหมักเนื้อ ทำน้ำจิ้ม หรือใส่ในซุปและสตูว์ต่างๆ ฉันเคยลองทำอาหารเกาหลีโดยไม่ใส่กระเทียมแล้วรู้สึกว่ามันขาดอะไรไปจริงๆ ค่ะ มันไม่หอม ไม่ได้รสชาติที่แท้จริงของอาหารเกาหลีเลย การใช้เครื่องปรุงรสเหล่านี้ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่เพียงแต่เพิ่มความอร่อย แต่ยังช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้กับอาหารของเราอีกด้วยนะ
อาหารเกาหลีกับการดูแลรูปร่าง: อิ่มอร่อยได้ ไม่ต้องกลัวน้ำหนักขึ้น
หลายคนอาจจะคิดว่าอาหารเกาหลีมีแต่เมนูที่ดูหนักๆ อย่างปิ้งย่าง หรือต๊อกบกกี ที่อาจจะทำให้อ้วนได้ง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วอาหารเกาหลีมีหลายเมนูที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังดูแลรูปร่าง หรืออยากควบคุมน้ำหนักมากๆ เลยนะคะ จากประสบการณ์ของฉันเองที่เคยพยายามลดน้ำหนัก แล้วก็ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ฉันพบว่าอาหารเกาหลีหลายเมนูสามารถช่วยให้เราอิ่มท้อง ได้สารอาหารครบถ้วน และไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นเลยค่ะ กุญแจสำคัญคือการเลือกเมนู การควบคุมปริมาณ และการเน้นกินผักให้เยอะๆ อย่างที่เคยบอกไปแล้ว การที่อาหารเกาหลีมีเครื่องเคียงเป็นผักสดหลากหลายชนิดนี่แหละค่ะที่ช่วยได้เยอะมากๆ เราสามารถกินเครื่องเคียงเหล่านั้นได้ไม่จำกัด เพื่อเพิ่มใยอาหารและความอิ่มให้กับร่างกาย แถมยังช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้นด้วยนะ ฉันว่าการกินอาหารเกาหลีเป็นการลดน้ำหนักที่ไม่รู้สึกเหมือนกำลังอดอาหารเลยค่ะ เพราะมันอร่อย มีรสชาติจัดจ้าน และมีหลากหลายเมนูให้เลือก ทำให้ไม่เบื่อกับการกินคลีนๆ หรืออาหารรสชาติจืดชืดเลย
เลือกเมนูที่ใช่: เบาๆ แต่ได้ประโยชน์
สำหรับคนที่กำลังดูแลรูปร่าง ลองมองหาเมนูเกาหลีที่เน้นผักและโปรตีนที่ไม่ติดมันดูนะคะ อย่างเช่น บิบิมบับ (Bibimbap) ที่เป็นข้าวยำเกาหลีที่อุดมไปด้วยผักหลากชนิด และสามารถเลือกใส่เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน หรือเต้าหู้ได้ ซุปสาหร่าย (มิยอกกุก) ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะมีแคลอรี่ต่ำ แต่มีแร่ธาตุสูง โดยเฉพาะไอโอดีนที่จำเป็นต่อร่างกาย หรือจะเป็นซุปเต้าเจี้ยว (เทนจังจิเก) ที่มีผักและเต้าหู้เป็นส่วนประกอบหลัก ก็ให้โปรตีนและใยอาหารได้ดีมากๆ ค่ะ ฉันเคยมีช่วงหนึ่งที่ต้องคุมอาหารอย่างจริงจัง ก็จะเน้นกินเมนูเหล่านี้สลับกันไป ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อเลยค่ะ แถมยังรู้สึกอิ่มท้องและมีพลังงานตลอดทั้งวัน ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องแคลอรี่มากเกินไปเลยค่ะ
ปริมาณและสัดส่วน: กุญแจสู่การควบคุมน้ำหนัก
แม้ว่าอาหารเกาหลีจะดีต่อสุขภาพ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลรูปร่างคือการควบคุมปริมาณและสัดส่วนการกินให้เหมาะสมค่ะ พยายามกินข้าวในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากเกินไป และเน้นกินผักและเครื่องเคียงให้เยอะๆ ค่ะ การกินผักก่อนจะช่วยให้เราอิ่มเร็วขึ้น และลดปริมาณการกินคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่อาจจะเยอะเกินไปได้ นอกจากนี้ การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ก่อนและระหว่างมื้ออาหารก็ช่วยได้เยอะเลยนะคะ จากประสบการณ์ของฉัน เวลาไปกินปิ้งย่างเกาหลี ฉันจะเริ่มต้นด้วยการกินสลัดผักหรือเครื่องเคียงผักก่อนเลยค่ะ แล้วค่อยๆ กินเนื้อสัตว์และข้าวตามไป ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและกินในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากเกินไปจนรู้สึกแน่นท้องค่ะ การมีความสมดุลในการกินนี่แหละค่ะที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การอดอาหาร หรือการงดเมนูที่ชอบไปเสียหมด
เคล็ดลับการกินอาหารเกาหลีให้ได้ประโยชน์สูงสุดในสไตล์ฉัน!
หลังจากที่เล่าถึงคุณประโยชน์มากมายของอาหารเกาหลีไปแล้ว คราวนี้ฉันจะมาแชร์เคล็ดลับส่วนตัวของฉันในการกินอาหารเกาหลีให้ได้ประโยชน์สูงสุดแบบฉบับ “บล็อกเกอร์สายเกาหลีตัวยง” อย่างฉันเองค่ะ เพราะการกินอาหารให้ได้ประโยชน์มันไม่ใช่แค่การเลือกเมนูที่ดีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวิธีการกินและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันด้วยนะ ฉันสังเกตมาตลอดว่าคนเกาหลีเองก็มีวิธีการกินที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้พวกเขาสามารถกินอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพไปพร้อมๆ กันได้ โดยไม่รู้สึกว่ากำลังฝืนตัวเองเลยค่ะ จากประสบการณ์ตรงที่ได้ลองผิดลองถูกมาเยอะ ฉันค้นพบว่าการกินอาหารเกาหลีให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ เพียงแค่เราเข้าใจหลักการและนำไปปรับใช้ให้เข้ากับตัวเอง ก็จะทำให้เราสนุกกับการกินอาหารเกาหลีได้แบบฟินๆ แถมยังได้สุขภาพดีกลับไปอีกด้วยนะ ไม่ต้องกังวลว่ากินแล้วจะอ้วน หรือจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนเลยค่ะ
กินเครื่องเคียงให้เต็มที่: วิตามินและใยอาหารแบบจัดเต็ม
อย่างที่บอกไปแล้วว่าเครื่องเคียง (พันชัน) คือหัวใจสำคัญของอาหารเกาหลีเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกิมจิ ผักนามุล หรือผักดองต่างๆ เครื่องเคียงเหล่านี้ไม่ได้มีไว้แค่เพิ่มรสชาติ แต่ยังเป็นแหล่งรวมของวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่สำคัญมากๆ ฉันมีเคล็ดลับคือ “กินเครื่องเคียงให้เยอะกว่าข้าวและเนื้อ” ค่ะ! ใช่แล้วค่ะ พยายามกินผักสดและเครื่องเคียงเหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมันช่วยให้เราอิ่มเร็วขึ้น ได้ใยอาหารที่เพียงพอ ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น และยังช่วยให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วยนะ ลองดูเมนูนี้ที่ฉันทำบ่อยๆ ค่ะ
| ชนิดเครื่องเคียง | ส่วนผสมหลัก | ประโยชน์เด่น | ความเข้ากันกับอาหาร |
|---|---|---|---|
| กิมจิผักกาดขาว | ผักกาดขาว, พริกป่น, กระเทียม | โปรไบโอติกส์, วิตามินซี, ใยอาหาร | กินกับทุกอย่าง, ช่วยตัดเลี่ยน |
| นามุลผักโขม | ผักโขมลวก, น้ำมันงา, ซีอิ๊ว | ธาตุเหล็ก, วิตามินเค, ใยอาหาร | กินกับข้าว, เพิ่มความสดชื่น |
| คักทูกี (กิมจิหัวไชเท้า) | หัวไชเท้า, พริกป่น | วิตามินซี, ช่วยย่อยอาหาร | กินกับซุป, เพิ่มความกรอบ |
| ถั่วงอกนามุล | ถั่วงอกลวก, น้ำมันงา, กระเทียม | โปรตีนจากพืช, วิตามินบี | กินกับบิบิมบับ, เพิ่มเนื้อสัมผัส |
การกินเครื่องเคียงเยอะๆ แบบนี้ทำให้ฉันไม่รู้สึกผิดเวลาที่กินเนื้อสัตว์ หรืออาหารที่มีรสชาติจัดจ้านเลยค่ะ เพราะได้ผักและใยอาหารมาช่วยปรับสมดุลแล้ว
ปรุงรสด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศ: ไม่ใช่แค่หอม แต่ยังดีต่อสุขภาพ
อีกหนึ่งเคล็ดลับของฉันคือการใส่ใจกับสมุนไพรและเครื่องเทศที่ใช้ในอาหารเกาหลีค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกระเทียม ขิง ต้นหอม พริก หรือแม้แต่เมล็ดงา สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แค่เพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติเท่านั้น แต่ยังมีสรรพคุณทางยาที่ดีต่อสุขภาพมากๆ อย่างกระเทียมและขิงช่วยต้านการอักเสบและเสริมภูมิคุ้มกัน ส่วนพริกก็ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน ฉันจะพยายามใส่ส่วนผสมเหล่านี้ให้เพียงพอตามสูตร หรือบางครั้งก็เพิ่มเข้าไปอีกนิดหน่อย เพราะนอกจากจะอร่อยขึ้นแล้ว ยังรู้สึกว่าร่างกายได้รับประโยชน์จากธรรมชาติอย่างเต็มที่ด้วยค่ะ ยิ่งเวลาที่เราทำอาหารเองที่บ้าน การได้เลือกใช้ส่วนผสมสดๆ ใหม่ๆ ก็ยิ่งทำให้มั่นใจในเรื่องของคุณภาพและประโยชน์ที่จะได้รับค่ะ
จบแล้วค่ะ!
เพื่อนๆ คะ หลังจากที่เราได้เจาะลึกถึงเคล็ดลับความอร่อยและสุขภาพดีในอาหารเกาหลีกันไปแล้ว ฉันหวังว่าทุกคนจะได้แรงบันดาลใจดีๆ ในการนำหลักการเหล่านี้ไปปรับใช้กับการกินของเราในชีวิตประจำวันนะคะ การกินอาหารเกาหลีไม่ใช่แค่การเติมเต็มความอร่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นการบำรุงร่างกายและจิตใจของเราไปพร้อมๆ กันด้วย จากประสบการณ์ของฉันเองที่หลงใหลในอาหารเกาหลีมานาน ฉันยืนยันเลยค่ะว่าการกินอาหารที่สมดุล มีผักเยอะๆ และใส่ใจในส่วนผสมจากธรรมชาติ จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย ไม่ว่าจะเป็นระบบขับถ่ายที่ดีขึ้น ผิวพรรณที่สดใส หรือแม้กระทั่งความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าในแต่ละวัน ลองเริ่มต้นจากการเพิ่มผักในมื้ออาหาร หรือลองทำเมนูเกาหลีง่ายๆ ที่บ้านดูนะคะ แล้วคุณจะหลงรักเสน่ห์ของอาหารเกาหลีเหมือนที่ฉันเป็นเลยค่ะ การมีสุขภาพดีเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากสิ่งที่เรากินในทุกๆ วันนี่แหละค่ะ อย่าลืมว่าอาหารคือยาที่ดีที่สุดนะ!
เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ควรรู้
1. เลือกกินอาหารเกาหลีที่มีผักเป็นส่วนประกอบหลักเยอะๆ เช่น บิบิมบับ (Bibimbap) หรือซุปเต้าเจี้ยว (Doenjang Jjigae) เพื่อให้ร่างกายได้รับใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุอย่างเต็มที่ ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและควบคุมน้ำหนักได้ดีเลยค่ะ
2. กิมจิเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่เต็มไปด้วยโปรไบโอติกส์ที่ดีต่อลำไส้ ควรมีกิมจิอยู่บนโต๊ะอาหารเป็นประจำ เพื่อช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงค่ะ
3. หากชอบกินเนื้อย่างเกาหลี ลองเลือกเนื้อส่วนที่ไม่ติดมันมากนัก และเน้นการห่อกินกับผักสดหลากหลายชนิด เพื่อลดปริมาณไขมันที่ได้รับ และเพิ่มความสดชื่นให้กับมื้ออาหารค่ะ
4. การปรุงรสด้วยเครื่องปรุงเกาหลีแท้ๆ อย่างโคชูจัง (Gochujang) หรือเทนจัง (Doenjang) ไม่เพียงแต่เพิ่มรสชาติอร่อย แต่ยังได้รับประโยชน์จากกระบวนการหมักบ่มธรรมชาติ ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ด้วยค่ะ
5. ลองดื่มชาสมุนไพรเกาหลี เช่น ชาข้าวโพด (Oksusu-cha) หรือชาบาร์เลย์ (Bori-cha) แทนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพราะให้ความสดชื่น ช่วยย่อยอาหาร และไม่มีแคลอรี่ส่วนเกินค่ะ
สรุปประเด็นสำคัญ
อาหารเกาหลีไม่ได้เป็นแค่อาหารที่มีรสชาติอร่อยจัดจ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่างไม่น่าเชื่อ! หัวใจสำคัญอยู่ที่ความหลากหลายของผักสดที่อุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ รวมถึงกระบวนการหมักดองที่สร้างโปรไบโอติกส์ในกิมจิและเครื่องปรุงต่างๆ การรู้จักเลือกเมนูที่เหมาะสม ควบคุมปริมาณ และเน้นกินคู่กับผักเยอะๆ จะช่วยให้เราได้รับประโยชน์สูงสุดจากอาหารเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเรื่องระบบขับถ่าย เสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวพรรณ และยังช่วยในการดูแลรูปร่างได้อีกด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นแล้ว อย่ากลัวที่จะสนุกกับการกินอาหารเกาหลีที่คุณรักนะคะ เพียงแค่ปรับสมดุลและใส่ใจในสิ่งที่เรากิน ก็จะสามารถมีสุขภาพดีและมีความสุขไปพร้อมๆ กันได้แน่นอน!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: อาหารเกาหลีมีอะไรดี ทำไมคนเกาหลีถึงดูสุขภาพดีกันจังเลยคะ?
ตอบ: โอ้โห คำถามนี้โดนใจฉันสุดๆ เลยค่ะ! คือจากที่ฉันได้สัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารเกาหลีมานาน ฉันบอกเลยว่าหัวใจหลักของความสุขภาพดีของคนเกาหลีอยู่ที่ “ความสมดุล” และ “ผัก” ค่ะเพื่อนๆ สังเกตไหมว่าไม่ว่าจะเป็นเมนูไหนๆ ก็จะมีเครื่องเคียง (พันชัน) ที่เต็มไปด้วยผักสด ผักดอง หรือผักปรุงรสเยอะแยะไปหมดเลยใช่ไหมคะผักเหล่านี้แหละค่ะคือแหล่งรวมวิตามิน ไฟเบอร์ และแร่ธาตุชั้นดี ที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราทำงานได้ดีสุดๆ (อันนี้ฉันคอนเฟิร์มเองเลยนะ กินแล้วพุงไม่ป่อง สบายท้องมาก!) นอกจากนี้ยังมี “กิมจิ” ที่เป็นนางเอกของวงการอาหารเกาหลีเลยก็ว่าได้ กิมจิเนี่ยไม่ใช่แค่เครื่องเคียงธรรมดานะคะ แต่เป็นอาหารหมักดองที่มีจุลินทรีย์ดีๆ อย่างโพรไบโอติกส์เพียบเลยค่ะ เจ้าโพรไบโอติกส์นี่แหละที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แถมยังช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือดได้ด้วย ที่สำคัญคืออาหารเกาหลีหลายเมนูเขาเน้นการปรุงแบบต้ม ตุ๋น นึ่ง หรือย่าง แทนการทอดที่ใช้น้ำมันเยอะๆ ทำให้แคลอรีต่ำและไขมันอิ่มตัวน้อยด้วยค่ะ แบบนี้จะไม่ให้สุขภาพดีได้ยังไงไหวล่ะคะ!
ถาม: บางคนกลัวว่าอาหารเกาหลีรสจัด เผ็ดๆ จะไม่ดีต่อกระเพาะอาหารหรือเปล่าคะ แล้วพวกมาม่าเกาหลีเผ็ดๆ ล่ะ ทานบ่อยๆ ได้ไหม?
ตอบ: เข้าใจเลยค่ะเพื่อนๆ เพราะหลายคนมักจะติดภาพว่าอาหารเกาหลีต้องเผ็ดร้อนจัดจ้าน ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีหลายเมนูที่เผ็ดจริงค่ะ! แต่รสเผ็ดจากพริกแดงเกาหลี (โคชูจัง) เนี่ย เขาก็มีประโยชน์นะ เพราะสารแคปไซซินในพริกช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ดีเลยค่ะ ส่วนเรื่องกระเพาะอาหาร ถ้าเราไม่ได้เป็นโรคกระเพาะ หรือมีอาการแพ้เผ็ดรุนแรง การกินอาหารรสจัดบ้างก็ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรค่ะ เพียงแต่ต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากเกินไปเท่านั้นเองแต่ถ้าพูดถึง “มาม่าเผ็ดเกาหลี” อันนี้ฉันต้องขอเตือนด้วยความหวังดีเลยค่ะว่า แม้จะอร่อยถูกใจแค่ไหน แต่ส่วนใหญ่แล้วมาม่าเกาหลีจะมีโซเดียมสูงมาก ซึ่งถ้าเราทานบ่อยๆ หรือทานเยอะเกินไป อาจส่งผลเสียต่อไต และทำให้ตัวบวมได้ง่ายค่ะ จากประสบการณ์ตรงของฉันเอง ถ้าอยากฟินกับมาม่าเกาหลีจริงๆ แนะนำให้ลดปริมาณเครื่องปรุงลงบ้าง หรือหาผักสดๆ ไข่ หรือโปรตีนอื่นๆ มาใส่เพิ่ม เพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร และลดความเค็มลงค่ะ การกินแบบมีสติจะช่วยให้เราอร่อยได้แบบไม่ทำร้ายสุขภาพนะคะ!
ถาม: นอกจากสุขภาพภายในแล้ว อาหารเกาหลียังช่วยเรื่องผิวพรรณหรือทำให้รูปร่างดีขึ้นได้จริงเหรอคะ?
ตอบ: แน่นอนเลยค่ะเพื่อนๆ! จากที่ฉันสังเกตสาวๆ เกาหลีหลายคน ผิวพรรณเขาจะดูเปล่งปลั่ง สดใส แถมรูปร่างก็ยังดีกันมากๆ เลย ซึ่งฉันเชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากการกินอาหารเกาหลีที่เน้นผักและอาหารหมักดองนี่แหละค่ะอย่างกิมจิเนี่ย ไม่ใช่แค่ดีต่อลำไส้นะคะ แต่ยังมีซีลีเนียมที่พบในกระเทียม ซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผมให้แข็งแรงขึ้นได้ด้วย นอกจากนี้ วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระจากผักหลากหลายชนิดในอาหารเกาหลี ก็ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอก ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และกระจ่างใสขึ้นค่ะ ส่วนเรื่องรูปร่างดีนั้น ก็มาจากที่อาหารเกาหลีส่วนใหญ่เน้นวัตถุดิบที่แคลอรีต่ำ ไฟเบอร์สูง เช่น ผัก เต้าหู้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และวิธีการปรุงที่ไม่เน้นไขมัน อย่างบิบิมบับ ซุปกิมจิ หรือซุปเต้าเจี้ยว ก็เป็นเมนูที่ช่วยให้อิ่มนาน แต่ได้รับแคลอรีน้อย ทำให้ควบคุมน้ำหนักได้ดีเลยค่ะ ฉันเองเวลาที่รู้สึกอยากดีท็อกซ์ หรืออยากให้ผิวใสขึ้น ก็จะเน้นทานเมนูเกาหลีที่มีผักเยอะๆ อย่างบิบิมบับ หรือกินกิมจิเป็นประจำค่ะ รู้สึกได้เลยว่าผิวดูมีออร่าขึ้นจริงๆ!






